รายละเอียดบทความ

เปิดศูนย์ถ่ายเอกสาร ธุรกิจที่ท้าทายคนรุ่นใหม่

เปิดศูนย์ถ่ายเอกสาร ธุรกิจที่ท้าทายคนรุ่นใหม่ 

 

 



แม้ว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ได้ก้าวหน้าไปมาก กล่าวคือ มีการส่งอีเมล์ และเก็บข้อมูลเสมือนคลังสมอง แต่งานถ่ายเอกสารหรืองานพิมพ์กลับไม่มีผลกระทบ ด้วยว่ายังเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีพและธุรกิจ ตั้งแต่วัยเรียน สู่วัยทำงาน

ประเทศที่เจริญแล้ว อย่างสหรัฐอเมริกา บริโภคกระดาษ 322 กิโลกรัม ต่อคน ต่อปี สิงคโปร์ 205 กิโลกรัม ต่อคน ต่อปี ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนาอย่าง จีน บริโภคกระดาษ 16.5 กิโลกรัม ต่อคน ต่อปี ไทย 17 กิโลกรัม ต่อคน ต่อปี เท่านั้น

เห็นตัวเลขนี้แล้วคงจะยืนยันได้ว่าประเทศที่กำลังพัฒนา ยังมีความต้องการบริโภคกระดาษอีกมาก ดังนั้น ช่องทางการทำธุรกิจด้านนี้โดยเฉพาะเปิดร้านถ่ายเอกสารน่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะว่าปัจจุบันนี้นักเรียน นักศึกษา นิยมนำตำราเรียนมาถ่ายเอกสารมากกว่าซื้อหนังสือนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การเปิดร้านถ่ายเอกสารไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจนี้ให้ประสบความสำเร็จมีดังนี้

1. เตรียมตัวเอง

1.1 งานถ่ายเอกสารเป็นธุรกิจที่ให้บริการ จึงจำเป็นต้องมีใจรักด้านนี้ ไม่ใช่เป็นงานที่คอยออกคำสั่ง ส่วนใหญ่จะถูกลูกค้าสั่งมากกว่า

1.2 ไม่ย่อท้อง่ายๆ เป็นคนที่มีใจสู้กับปัญหา เพราะดังที่บอกแล้วว่าหัวใจในการทำธุรกิจด้านนี้ ก็คือเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งแน่นอนที่สุดไม่ว่าเครื่องใหม่หรือเก่า มักประสบกับปัญหากระดาษติด หากเราไม่มีความรู้พื้นฐานหรือไม่รู้จักการแก้ปัญหา ก็ย่อมเจอกับอุปสรรคเดิมๆ แต่ถ้ายอมเสียเวลาสักนิดเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาเอง เพื่อสะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ สิ่งที่คิดว่ายาก อาจจะง่ายๆ ก็ได้

1.3 ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะทำงานหนักอยู่สม่ำเสมอ เพราะว่างานเครื่องถ่ายเอกสารบางวันมีน้อย แต่อย่าลืมเป็นอันขาดว่าบางครั้งมีเข้ามาเป็นจำนวนมากนับหมื่นนับแสนแผ่นทีเดียว ดังนั้น จำเป็นต้องเตรียมตัวเองให้มีความพร้อมที่จะทำงานหนักอยู่เสมอ ซึ่งธุรกิจนี้มิใช่นั่งอยู่กับโต๊ะ แต่ยืนถ่ายเกือบตลอด และผู้ประกอบการที่ดีต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองให้เป็นก่อนที่จะว่าจ้างลูกน้อง ไม่เช่นนั้นแล้วจะประสบความสำเร็จได้ยากเหมือนกัน

1.4 ต้องเตรียมอุปกรณ์สิ้นเปลืองให้พร้อม อย่างที่บอกแล้วว่า งานถ่ายเอกสาร เป็นธุรกิจที่ไม่แน่นอน คือบางวันมีลูกค้าเข้ามาบริการน้อย แต่บางครั้งก็มาก ดังนั้น อุปกรณ์สิ้นเปลือง ไม่ว่าจะเป็นหมึก หรือกระดาษ จำเป็นต้องซื้อมาเก็บไว้ในปริมาณอย่างเพียงพอ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกค้าคอยนาน และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปซื้อบ่อยครั้งมากเกินไป

2. เตรียมงบประมาณ

เริ่มตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจของเราเอง และสถานที่

หากที่ทำเลไม่ดีนัก เราก็ลงทุนเปิดร้านถ่ายเอกสารขนาดเล็ก ใช้เงินประมาณ 50,000 บาท

ถ้าเป็นที่ทำเลดีมาก คือมีนักเรียน นักศึกษา อยู่หน้ากระทรวง หรือหน่วยงานราชการมีคนเดินผ่านไป-มาจำนวนมากๆ และเรามีเงินลงทุนสูง 1 ล้านบาท ก็ควรเปิดศูนย์ถ่ายเอกสารขนาดใหญ่ไปเลย โดยเพิ่มจำนวนเครื่องถ่ายเอกสาร ทั้งขาวดำและสี

ไม่ว่าจะเป็นร้านถ่ายเอกสารขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือใหญ่ ภายในร้าน นอกจากมีเครื่องถ่ายเอกสารแล้ว ควรมีเครื่องเข้าเล่ม เครื่องเคลือบบัตร เครื่องตัดกระดาษ เครื่องคอมพิวเตอร์ และกระดาษปกรายงาน ฯลฯ ไว้บริการด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า อีกทั้งช่วยเสริมรายได้ให้กับร้านได้อีกทางหนึ่งด้วย

3. วางแผนกลยุทธ์ด้านการตลาด

จริงๆ แล้วการเปิดร้านถ่ายเอกสาร ไม่จำเป็นต้องวางกลยุทธ์ด้านการตลาดมากนัก เพียงแต่มีป้ายบอกว่า เปิดบริการถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม เคลือบบัตร ฯลฯ ก็สามารถเรียกลูกค้าเข้าร้านได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม หากมีการแข่งขันเกิดขึ้น จำเป็นต้องวางแผนกลยุทธ์ด้านการตลาด มิใช่นั้นแล้วระยะเวลาในการคืนทุนจะช้า และมีสิทธิ์เจ๊งได้เหมือนกัน

แต่ถ้าเรารักษามาตรฐานหรือคุณภาพงานถ่ายเอกสารไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ โอกาสที่จะเจ๊งมีน้อยมาก เพราะอย่างที่ได้บอกแล้วว่าการบริโภคกระดาษแต่ละปีมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากการรักษามาตรฐานงาน เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาเข้าร้านแล้ว เราจำเป็นต้องรักษาเวลานัดหมายให้แน่นอนด้วย

กลยุทธ์ด้านการตลาด นอกจากเป็นฝ่ายตั้งรับแล้ว เราต้องวางแผนเชิงรุกด้วย กล่าวคือ ต้องเข้าไปแนะนำตัวเองกับหน่วยงานราชการหรือเอกชน ที่มีงานถ่ายเอกสารหรือเข้าเล่มจำนวนมากๆ ทั้งนี้เพื่อดึงงานเข้ามาในร้านนั่นเอง

การเปิดศูนย์ถ่ายเอกสารหรือร้านถ่ายเอกสาร จะคืนทุนช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับที่ทำเลเป็นสำคัญ มีหลายคนที่เปิดกิจการภายในมหาวิทยาลัยเพียง 1 เดือน ก็คืนทุนแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเครื่องถ่ายเอกสารและอื่นๆ ภายในร้านต้องมีประสิทธิภาพการใช้งานสูงด้วย

และมีหลายคนที่ทำกิจการหรือธุรกิจตามเพื่อนๆ โดยขาดข้อมูลพื้นฐานและประสบการณ์ ทำให้ขาดทุนย่อยยับ

ธุรกิจนี้ เติบโตแน่นอน ดังตัวเลขทิศทางการบริโภคกระดาษที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับตัวเราว่ามีความพร้อมแค่ไหน ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ


ตัวอย่างธุรกิจรับถ่ายเอกสารแบบเริ่มต้น

ลักษณะธุรกิจ รับถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม เคลือบบัตร พิมพ์-ปริ้นต์งาน ออกแบบสิ่งพิมพ์

คุณสมบัติของผู้ลงทุน ต้องมีความรู้พอที่จะควบคุมพนักงานถ่ายเอกสารของตนเองได้ และมีความรู้เรื่องเครื่องถ่ายเอกสารบ้าง เช่น การใช้งานเครื่อง อายุการใช้งานของวัสดุสิ้นเปลือง การบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาเครื่องถ่ายเอกสารเบื้องต้น และต้องรักงานบริการ

การลงทุนแบบเริ่มต้น เงินทุน ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท

ทำเลที่ตั้งของศูนย์ถ่ายเอกสาร อยู่ในหรือหน้าสถานศึกษา โรงเรียนกวดวิชา หน่วยงานราชการ แหล่งธุรกิจ ในจุดที่ลูกค้ามองเห็นได้ง่าย

การใช้บุคลากร ต้องมีผู้จัดการร้าน 1 คน พนักงานถ่ายเอกสารและเข้าเล่ม 1 คน พนักงานพิมพ์งานและบริการทั่วไป 1 คน

จุดคุ้มทุน 3-6 เดือน

รายได้ 30,000-40,000 บาท ต่อเดือน



ตัวอย่างการลงทุนขนาดเล็ก

- พื้นที่ 6 ตารางเมตร

- เงินลงทุน ไม่รวมค่าสถานที่ 150,000 บาท

ค่าเครื่องจักร 104,500 บาท

ค่าวัสดุ 33,100 บาท

เงินสดหมุนเวียน 12,400 บาท

- รายได้ถ่ายเอกสาร 5,000 แผ่น/วัน เคลือบบัตร 20 แผ่น/วัน

เข้าเล่มกระดูกงู 10 เล่ม/วัน เข้าเล่มเย็บลวด 15 เล่ม/วัน

รวมรายได้/วัน 3,100 บาท รวมรายได้/เดือน 93,000 บาท

- รายจ่าย/เดือน กระดาษ/200 รีม 15,000 บาท อื่นๆ 10,000 บาท ค่าสึกหรอ

เครื่องจักร+หมึก 12,000 บาท/150,000 แผ่น ค่าพนักงาน 13,000 บาท/2 คน ค่าเช่าพื้นที่ 7,000 บาท /เดือน รวมรายจ่าย/เดือน 57,000 บาท

- กำไร/เดือน 40,000-60,000 บาท

- ระยะเวลาคืนทุน 3-6 เดือน



ตัวอย่างการลงทุนขนาดกลาง

- พื้นที่ 20 ตารางเมตร

- เงินลงทุน ไม่รวมค่าสถานที่ 245,000 บาท

ค่าเครื่องจักร 184,500 บาท

ค่าวัสดุ 48,100 บาท

เงินสดหมุนเวียน 12,400 บาท

- รายได้ ถ่ายเอกสาร 10,000 แผ่น/วัน เคลือบบัตร 30 แผ่น/วัน

เข้าเล่มกระดูกงู 20 เล่ม/วัน เข้าเล่มเย็บลวด 30 เล่ม/วัน รวมรายได้/วัน 6,100 บาท รวมรายได้/เดือน 183,000 บาท

- รายจ่าย/เดือน กระดาษ/200 รีม 30,000 บาทอื่นๆ 20,000 บาท ค่าสึกหรอ เครื่องจักร+หมึก 24,000 บาท /300,000 แผ่น ค่าพนักงาน 19,500 บาท/3 คน ค่าเช่าพื้นที่ 15,000บาท /เดือน รวมรายจ่าย/เดือน 108,500 บาท

- กำไร/เดือน 70,000-100,000 บาท

- ระยะเวลาคืนทุน 3-6 เดือน

 

 

 

ผู้ลงบทความ : คมสัน